ทำไมคนส่วนมากถึงไม่ซื้อ ที่นอน 4 ฟุต

หนักกว่าเดิม ทั้งสามเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาโดยไม่ทราบจะทำอย่างไรดี เพราะไม่มืใครจ่ายค่าชดเชยของอีกสองคนได้เลย จะเอาม้นมาใช้เป็น อาวุธก็ไม่มีใครเอา เพราะ ที่นอน 4 ฟุต เชียงใหม่ เทียบกับค้อนยักษ์ที่เชียวหยาวขายให้เฉินเสง ก่อนหน้านี้แล้ว กระบองนี้ยิ่งไม่มืใครเคยใช้หนักเข้าไปอีก เพราะอย่าง น้อยค้อนยักษ์นั่นยังพอจะเคยเห็นวางขายในร้านขายไอเท็มมาบ้าง แต่ กระบองนี่กระทั้งได้ยินยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

สุดท้ายมติประชุมสรุปว่าให้เฉินเสงเก็บไว้ก่อนชั่วคราวก็แล้วกัน รอจนเฉินเสงเก็บเงินได้ครบหรือได้ไอเฑ็มชั้นสูงขี้นอื่นมาอีก ถึงตอนนั้น ค่อยมาแบ่งหรือมาแลกกัน ถือเป็นทางออกที่ช่วยไม่ได้

เฉินเสงหยิบกระบองห่วงทองสมปรารถนาขึ้นมาถือ แล้ว

ตะโกนว่า

“จงหดเล็กลง !”

แต่ไร้ซึ่งปฏิกิริยา…

เซียวหยาวล้อว่าเขาเพ้อฝันเกินไปแล้ว สงสัยจะดูเรื่องไซอิ๋วมากเกินไป ผ้าปูที่นอน 4 ฟุต วิหารจันทราเทพเองก็เห็นด้วย เฉินเฟิงพยายามต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ “กระบองห่วงทองฯ จงหดเล็กลง!”

ไร้ปฏิกิริยาเหมือนเดิม

“กระบองห่วงทองสมปรารถนา จงหดเล็กลง !”

ก็ยังไร้ปฏิกิริยาอยู่กระบองห่วงทองสมปรารถนา จงหดเล็กลง ที่นอน 4 ฟุตครึ่ง เหลือสามฟุต !” สองสาวกำลังจะบอกเขาว่าเลิกเล่นอะไรปัญญาอ่อนได้แล้ว กระบองห่วงทองฯ ก็ค่อยๆ หดเล็กลงจนเหลือความยาวสามฟุต ตัว กระบองเองก็ผอมลงไปเยอะ ทำเอาสองสาวปากอ้าตาค้าง

เฉินเฟิงลองสั่งให้กระบองห่วงทองยืดและหดซํ้าแล้วซาเล่า ก็ พบว่าสามารถหดเล็กได้มากที่สุดเหลือความยาวประมาณฝ่ามือ คือ 10 เซนติเมตร ส่วนยืดออกได้ยาวที่สุด เขาลองสั่งถึงแค่ 20 ฟุต แต่หนักจน ไม่มิปัญญาจะด้นให้ขยับได้ด้วยซา อย่าว่าแต่จะให้ควงมัน

เฉินเฟิงถือกระบองห่วงทองฯ ที่หดเล็กลงจนเหลือแค่ฟุตเดียว อย่างภูมิใจ แล้วเรียกสองสาวไปดูวานรขนทองซึ่งเป็นรางวัลแห่งชัยชนะ อีกหนึ่งชิ้นเพราะต้อง ที่นอน 4 ฟุต เอาไอเท็มตามเงื่อนไขในภารกิจมาให้ได้ก่อนสำคัญที่สุด เฉินเหิเงกระซากขนจากตัววานรขนทองออกมาหนึ่งกำ แน่นอน ว่าถูกวานรขนทองโวยวายประท้วงสุดใจขาดดิ้น สองตาของมันจ้อง เฉินเหิเงเขม็ง เหมือนพยายามจะสลักหน้าของเขาเอาไวในสมองไปชั่ว กัลปาวสาน แต่ไม่มืใครคิดหรอกว่านั่นคือความรักอันลึกลํ้า มีแต่จะคิดว่า เป็นความแค้นอันลึกลํ้าเสียมากกว่า เชียวหยาวคับวิหารจันทราเทพเห็น แล้วต่างก็ขนลุกซู่

แต่เฉินเหิเงไม่ยอมถูกมันฃู่ เขาเงื้อกระบองเคาะโปิกลงบนหัว วานรขนทอง แล้วแยกเขี้ยวว่า

“จ้องทำซากอะไรหา! แกมันซวยเองที่ตันตกมาอยู่ในเงื้อมมือฉัน ที่นอน 4 ฟุต ikea ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร ทีเมื่อกี้ละกร่างนักนี่ เอาสิ! แผลงฤทธี้มาให้ดู อีกสิ!”

ถึงแม้วานรขนทองจะถูกมัดจนกลายเป็นบ๊ะจ่างลิง แต่ปากไม่ได้ ถูกอุดเอาไว้จึงร้อง “เจี๊ยกเจี๊ยกเจี๊ยก! เจี๊ยกเจี๊ยก!” สีหน้าสีตาเหมือนจะ พูดว่า “เมื่อกี้ข้าแค่เผลอไป แน่จริงก็ปล่อยข้าแล้วมาสู้คันอีกสักตั้งเซ่!” เฉินเหิเงเคาะกระบองปิอกใส่หัวมันอีกหนท้นที “ร้องเข้าไปๆ! เป็นแต่ร้องเจี๊ยกๆ! ทำไม? จะให้ปล่อย

ที่นอน เป่า ลม intexดีมากๆเลยนะ

ผมเกิดฃึนมาในครอบครัวที่ฐานะปานกลาง และโชคดีที่มีครอบครัวญาติมิตรที่ดี เพื่อนสนิทที่ดี..

ผมจำได้ว่าผมเรมต้นเขียนหนังสือ “มิความสุขกับหุ้นปันผล by หมีสํม” ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ประการ ก็คือ ประการแรก ผมต้องการจะ “เก็บความรู้” และ “ความทรงจำ” ของผมเอาไว้ในรูปแบบเอกสาร และประการที่สอง ผมต้องการให้ “ลูกหลาน” ของผมมิหนังสือที่ “ผมอยากให้เด้าได้อ่าน” และต้องเป็นหนังสือที่ทำให้พวกเด้าเหล่านั้นสัมผัส ได้ถึง “ความรักความเป็นห่วง” และแสดงถึง ที่นอนเป่าลม “ความมุ่งหวังต่อบุตรหลาน” ให้ประพฤติตนเป็นคนที่ดี เป็นคนที่สามารถเลียง ตนเองได้โดยไม่เบียดเบียนใคร ผมจึงเรมเขียนหนังสือเล่มแรกขีนมา เพราะเชื่อว่า ’’ความรู้และกำลังความคิด” เป็นสิ่งที่ สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตให้ประสบความสำเร็จ และจะต้องไม่พังทลายไปกับ “อบายมุข” หรอจาก “ความฉาบฉวย” อันนำไปสู่ “โอกาสสืเทา ที่บางครั้งมาจากเรองที่ดูง่ายดายเพื่อให้ได้มา จากการชักชวนของมิตรสหายอันเป็นคนฉาบฉวย”

ต่อมา เมื่อมิผู้สนใจในหนังสือของผม ผมก็มิความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่หนังสือของผม “ดีพอ” ที่ผู้อื่นให้ความสนใจ และผมก็ยินดีที่จะแบ่งปัน เพราะผมเห็นว่าพวกเราเองนั้น ก็เป็น “ญาติ” กันนั้งนั้น และมาจาก “ต้นตระกูลเดียวกัน” นอกจากนั้ผมก็มุ่งหวังให้ผู้อ่าน ที่นอน เป่า ลม intex ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็เป็น “ผู้ที่มิฐานะปานกลาง” ดังเช่นตัวผม ได้มิชัวิตที่ดี มิพอร์ทการลงทุนที่มั่นคง มิเงินปันผล ที่เสมือน “เงินบำนาญ” ให้ได้ “เก็บกิน” ไม่มิจบสิน ส่งต่อไบ่ยังลูกหลาน ตลอดจนสามารถนำความรู้ในหนังสือชุดนี้ซึ่งอาจจะเป็นเพียง “ความรู้อันเล็กน้อย” นำไบ่บ่ระยุกต่ใช้ให้เกิดบ่ระโยชน์ ต่อตนเองและครอบครัว

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ผมเน้นใช้ “ภาษาพูด” เป็นหลัก ซึ่งก็อาจจะเป็นประโยคเดียวกันกับที่ผมใช้ “อธิบาย” เรองการลงทุนให้กับเพื่อนๆ ได้ฟัง “นับร้อยครั้ง” เพราะผมเชื่อว่าจะทำให้เข้าใจได้ง่าย และสามารถ ’’แทรกคำตอบของ คำถาม” อันเป็นข้อสงลัยที่เคยเกิดขีน ที่นอนเป่าลมดีไหม  และผมพิจารณาเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความเข้าใจในการลงทุน

สุดท้ายนี้ ผมก็ยังหวังเช่นเคยว่า หนังสือของผมจะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย และหากมิผลบุญกุศลใดที่เกิดจากหนังสือนั้งห ที่นอนเป่าลมราคาถูก ลายเหล่านี้ผมก็คือให้ไปตกอยู่แก่บรรพบุรุษของผม แก่ลูกหลานของผม และแก่ญาติมิตรของผม และในวันนี้ผมก็มิความดีใจเป็นอย่างยิ่งว่า ผมได้ “บันทึกความทรงจำ” ของผมไว้ได้มากมาย เกินกว่าที่ผมตํ่งใจ,ไว้แต่ที แรก แล้ว

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนใจในผลงานของผม

สิ่งแรกที่จะขอกล่าวต่อผู้อ่านทุกท่าน คือฃอฃอบพระคุณที่ท่านที่งหลายได้สละเวลาในการสนใจงานเขียนของผม ซึ่งนับถึงเล่มนี๋กเป็นเล่มที่ 5 แล้ว โดยในทุก ที่นอนเป่าลม บิ๊กซี เล่มก็มีวัตถุประสงค์เหมือนเดิม นั่นก็คือ ต้องก